หมาเฝ้าบ้าน 2553
วงค์ ตาวัน
แต่ในความเป็นจริง นั่งดูข้อมูลข่าวสาร ในทุกปีใหม่มีแต่อุบัติเหตุรุนแรงบนท้องถนน มีตัวเลขคนเจ็บคนตายเป็นข่าวใหญ่ตลอด 7 วันเทศกาล
แถมโจรผู้ร้ายฉวยโอกาสงัดแงะบ้านเรือนที่เห็นว่าผู้คนออกเดินทางท่องเที่ยว ยังดีที่มีโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ มาช่วยเยียวยาได้
ยิ่ง 4-5 ปีมานี้ คนป่วยทางจิตเข้ามามีบทบาทเคลื่อนไหวการเมือง โดยแตกออกเป็น 2 ขั้ว
ป่วยกันไปคนละแบบ!
บ้านเมืองจึงเต็มไปด้วยปัญหาไร้ความสงบสุข ขัดแย้งแตกแยก ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ข้าวยากหมากแพง
ขนาดเสื้อสีเหลืองกับสีแดง ต้องพับเก็บเข้าตู้ ไม่สามารถหยิบมาใส่ได้ เพราะไม่อยากเข้าไปร่วมวงความขัดแย้งที่เต็มไปด้วยความก้าวร้าวรุนแรง
แต่ก็นั่นแหละ เราจะนั่งเบื่อหน่ายไม่เอาการเมืองที่มากด้วยความขัดแย้งย่อมไม่ถูกต้อง เพราะในสังคมที่มีเสรีภาพ ย่อมเปิดโอกาสให้สามารถแสดงออกถึงความแตกต่างทางแนวคิดได้ ถ้าสังคมไหนการเมืองราบเรียบเกินไป อาจไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง
เพียงแต่ที่หนักหนาสาหัสในบ้านเราเวลานี้ เพราะมีคนไม่ปกติเข้ามาถือธงนำ ก็เป็นหน้าที่ของคนปกติเช่นเราๆ ท่านๆ ต้องลงมือลงแรง
สร้างการเมืองที่แตกต่างอย่างสันติ ขึ้นมาให้ได้
ผ่านปี 2552 เข้าสู่ 2553 คนไทยเราคงต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากทางการเมือง กระทบถึงเศรษฐกิจ และส่งผลให้เกิดปัญหาสังคมตามมาอย่างช่วยไม่ได้
นี่ก็เพิ่งมีข้อมูลจากพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผบ.ตร. บอกว่า มีรายงานข่าวกรองเตือนให้ระวัง อาจมีการก่อเหตุร้ายตามเมืองท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวช่วงเฉลิมฉลองนี้
ทำให้นึกถึงเหตุการณ์วางระเบิดทั่วกทม.เมื่อปีใหม่ 2550 ขึ้นมาทันที จนป่านนี้ยังจับใครไม่ได้ เลยอดสงสัยไม่ได้ว่า เพราะคนที่ขึ้นมาใหญ่หลังเหตุตูมตามดังกล่าว ไปรู้เห็นหรือเกี่ยวพันอะไรหรือเปล่า
คำเตือนของพล.ต.อ.ปทีป อาจมีเสียงวิจารณ์ว่า พูดจาทำลายบรรยากาศ แต่เมื่อพูดออกมาแล้ว และถ้ามีมูลจริง เป็นหน้าที่ของตำรวจภายใต้ความรับผิดชอบของพล.ต.อ.ปทีป นั่นแหละ ต้องป้องกันให้ได้
ในแง่ประชาชนเอง เมื่อมีคำเตือนคงต้องตระหนัก จะนำพาตนเองไปเคานต์ดาวน์ที่ไหน เลือกให้ห่างไกลพื้นที่ที่อาจเป็นจุดก่อความวุ่นวาย
ผับบาร์ที่หวือหวาน่าหวาดเสียวจะซ้ำรอยปีใหม่เมื่อปีที่แล้ว ก็อย่าได้เอาตัวเข้าไปเสี่ยงเลย
พูดมาทั้งหมดนี้ คงจะต้องบอกว่า คำอวยพรที่ดีที่สุด สอดคล้องกับความจริงมากสุด คือ รู้เท่าทันปัญหา ใช้ปัญญาแก้ไข มีสติในการใช้สตางค์
ในส่วนของหนังสือพิมพ์ข่าวสดของคุณๆ ผู้อ่านเอง ถ้ามานั่งทบทวนข่าวสารในรอบปี 2552 ที่ผ่านพ้นมา จะพบว่า ทิศทางการทำงาน เป็นหมาเฝ้าบ้านให้ประชาชนเจ้าของประเทศนั้น
ยังคงหนักแน่นดังเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ทั้งยังมีปรากฏการณ์รองรับ คุณภาพของการทำงานด้านข่าวสารเพื่อประชาชนอย่างชัดเจนอีกด้วย!
ยกตัวอย่าง คดี 2 แม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ ซึ่งเป็นข่าวเจาะที่สร้างชื่อให้ข่าวสดเข้าไปอยู่ในใจของประชาชนคนอ่าน เมื่อ 15 ปีก่อน โดยขณะนั้นเป็นเพียงหนังสือพิมพ์เกิดใหม่ แต่ใช้เวลาไม่กี่ปีก็ทะยานขึ้นเป็นอันดับ 3 ของประเทศ
เติบโตอย่างรวดเร็วเป็นประวัติศาสตร์ด้วยผลงาน "ข่าวเจาะ" ล้วนๆ ไม่ต้องไปแอบอิงระบบการตลาดการตลบการตะแลงอะไร
หนึ่งในข่าวเจาะสำคัญของข่าวสดยุคก่อเกิด คือ ข่าวประวัติศาสตร์คดีอุ้มฆ่า 2 แม่ลูกศรีธนะขัณฑ์
ผลจากการเสนอข่าว ทำให้มีนายตำรวจใหญ่ถูกจับกุมเป็นโขยง และคดีดำเนินต่อเนื่องในชั้นศาลถึง 15 ปี
จากศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ จนเมื่อเดือนต.ค.ปี 2552 นี้เอง คดีมาถึงจุดอวสาน โดยศาลฎีกาพิพากษาประหารชีวิตนายตำรวจใหญ่ตัวการ
15 ปีของกระบวนการยุติธรรม มาเสร็จสิ้นสมบูรณ์ในปี"52 เป็นเครื่องยืนยันผลงานข่าวของข่าวสดอีกครั้ง!
เช่นเดียวกับคดีอดีตพระภาวนาพุทโธ อีกผลงานข่าวเจาะ ซึ่งต่อเนื่องจากการเปิดโปง "ยันตระ"
เป็นผลงานข่าวขุดคุ้ยชิ้นสำคัญเมื่อปี 2538 จนอดีตพระชื่อดังต้องถูกสึกและดำเนินคดี สู้กันในชั้นศาลต่อเนื่องมาจนถึงปี"52 นี้เช่นกัน คดีมาถึงศาลฎีกา และศาลพิพากษายืนจำคุก 50 ปี สมีพุทโธ
เป็นเครื่องยืนยันความถูกต้องสมบูรณ์แบบของหนังสือพิมพ์หมาเฝ้าบ้านฉบับนี้
อาจจะเรียกได้ว่า ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์ข่าว
หรือกาลเวลาพิสูจน์หมาเฝ้าบ้านก็ว่าได้!
หน้า 5
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROamIyd3dNekF5TURFMU13PT0=§ionid=TURNd013PT0=&day=TWpBeE1DMHdNUzB3TWc9PQ==

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น